Kiss The Rain....Yiruma

posted on 30 Apr 2014 19:44 by songs4u in EasyListening
 
 
 
 
นั่งฟังเพลงของYiruma....Kiss The Rain ช่างเข้ากับบรรยากาศที่ฝนตกตอนเย็น เป็นแบบนี้มาสองสามวันแล้ว อากาศเย็นสบายขึ้น เหมาะกับการฟังเพลงเปียนโนช้าๆ ซึ้งๆ แบบนี้ ฟังแล้วพอจะจินตนาการได้ถึงคนเขียนเพลงว่าทำไมต้องจูบฝน หรือเรนเป็นชื่อหญิงสาวหรือเปล่าไม่แน่ใจ คงไม่ได้เขียนอะไรมาก ยังเขียนไม่ออก แปะเพลงอย่างเดียวแล้วกันครับ


Color of Jade.....Uyama Hiroto

posted on 30 Aug 2013 16:01 by songs4u in EasyListening
 
 
 
เช้านี้ขับรถมาทำงานพร้อมกับเปิดเพลงในธัมป์ไดรฟ์มาถึงเพลงที่แปะบล็อกนี้แล้ว เล่นเอาเงี่ยหูฟังแบบตั้งใจ เสียงเปียนโนเล่นแบบเปิดเวทีก็เล่นเอาอารมณ์ พอเสียงกลองตามมาแล้ว เล่นเอาอารมณ์เคลิ้ม ผมบอกกับตัวเองว่า นี่แจ๊สชัดๆ ผมขับรถไปด้วย ฟังไปด้วยแล้วภาพในหัวก็ฉายขึ้นมา เป็นภาพของโต๊ะกลมวางตรงระเบียงมีฉากหลังเป็นพื้นน้ำยามค่ำคืน พระจันทร์ที่สะท้อนพื้นน้ำ ชายหนึ่งคู่หนึ่งนั่งที่โต๊ะตัวนั้น มีแจกันสีขาววางไว้กลางโต๊ะ ดอกกุหลาบสีแดงเสียบไว้ในแจกัน ตะเกียงที่มีเทียนไขสีขาวจุด ทั้งคู่กำลังจ้องตา นั่งคุยหยอกล้อกัน ส่งเสียงกระซี้กระซิก เป็นค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยความรัก ข้างในมีเวทีที่มีเปียนโนตัวใหญ่ นักเปียนโนเจ้าของเพลงนี้กำลังเล่นเพลงนี้ มีกลองชุดแบบที่เล่นในเพลงแจ๊ส และเบสตัวใหญ่อีกตัวหนึ่ง มีแสงไฟสาดผ่านเป็นลำแสงท่ามกลางความมืด เป็นเพลงแจ๊สที่ฟังแล้วเล่นเอาเคลิ้มมาก ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานแล้วตอนฟังเพลง

ผมเพิ่งรู้จัก Uyama Hirotoมาไม่นานจากเพลงที่แถมมาจากการโหลดเพลงของGontiti ในอัลบั้มรวมเพลงฮิต ลองไปเสิร์ซหาในกูเกิลดู บอกว่าเป็นโปรดิวเซอร์เพลงฮิพฮอฟชาวญี่ปุ่น ผมทวนอ่านอีกรอบ เพราะกลัวจะเป็นศิลปินชื่อซ้ำ และกวาดตาลงไปดูชื่ออัลบั้ม แล้วเห็นชื่ออัลบั้ม Son of The Sun ซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีเพลงนี้ เล่นเอาตกใจเหมือนกันโปรดิวเซอร์เพลงฮิพฮอฟมาเล่นเพลงแจ๊ส มันจะคนละขั้วไปหรือเปล่า ยังไงในความเป็นดนตรี แทบจะไม่รู้สึกถึงอารมณ์เพลงอย่างอื่นนอกจากแจ๊สเลย เป็นเพลงที่โรแมนติกมากๆอีกเพลงหนึ่งที่บังเอิญเจอ
 
 
 
 

เรื่องรักธรรมดา.....Friday

posted on 23 Aug 2013 16:05 by songs4u in ThaiPOP
 
                       
 
    ว่าจะเขียนบล็อกอาทิตย์ละครั้ง เผลอแป๊ปเดียว จะครบเดือนแล้ว เวลามันผ่านไปเร็วจัง
    เพลงที่เกี่ยวกับการแอบรักยังคงเป็นเพลงที่ยังมีคนฟังได้ ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่ เนื้อเพลงในแต่ละยุคก็สะท้อนความคิด สะท้อนมุมมองของคนในแต่ละช่วงเวลา เช่นเดียวกับเพลงของฟรายเดย์ชุดนี้ ผมก็เพิ่งได้ฟังเพลงนี้ ที่ผมรู้สึกได้จากเพลงคือคนที่แอบรักคนใกล้ๆนั้น จะยังคงมีบางอย่างไม่เปลี่ยนไปตามเวลา ไม่ว่าเพลงเมื่อสิบยี่สิบปีก่อนที่พูดถึงการแอบรักหรือเพลงในวันนี้ แอบเขียนเล่นๆ อย่าจริงจังกับมันแล้วกัน ผมจะได้เขียนออกมาแบบธรรมดา

   ลักษณะที่ยังเหมือนเดิม คือ อันแรก ยังไงก็ยังไม่เคยเผยความในใจ หากเผยความในใจไปแล้วก็คงจะบอกว่าแอบรักไม่ได้ คนแอบรักยังเก็บงำความรู้สึกข้างในหัวใจอย่างเงียบกริบ แล้วต้องสะกดความรู้สึกตัวเองไว้ จนในที่สุดมันจะปู๊ดออกมาในทางใดทางหนึ่ง อย่างในเพลงนี้คนแอบรักคนนี้แอบปู๊ดมาในรูปของเพลง การร้องเพลง หากมีใครเคยแอบรักใครสักคน สิ่งที่เรากลัวหรือค่อนข้างมากๆคือคนนั้นจะรู้ตัว ต้องเนียนเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าคนที่กลัวการบอกความจริงในใจ ก็เป็นได้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเผยความในใจตัวเองไปแล้วต้องเจ็บกลับมาด้วย การถูกปฎิเสธ การถูกดึงไปดึงมาระหว่างการเก็บกับการเผย มันล้อเล่นกับหัวใจได้ขนาดไหนคงไม่ต้องอธิบาย.ไม่มีคำตอบว่าจะไปในทางไหน ไม่มีใครรู้ เพียงทำอย่างที่เรารู้สึกก็น่าจะพอ.อันที่สอง คนแอบรักมักจะรักกับคนใกล้ตัวเสมอเหมือนเป็นสูตรแทบจะตายตัว ไม่ว่าเพื่อนเรียน หรือเพื่อนในที่ทำงาน เหมือนจะมีหลักๆอยู่สองที่นี้ คงจะเข้าใจง่ายๆว่า การอยู่ใกล้กันนั้นทำให้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง หากไม่ชอบไม่ถูกใจคงปฎิเสธกันไปแต่แรก นอกจากนี้การใกล้ชิดกันนั้นยังมีโอกาสเห็นกันบ่อยๆ ทำนองน้ำเซาะทราย อันที่สาม นี่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคือ การแอบส่งความหวังดีความรู้สึกดีให้คนนั้น และเป็นความสุขของคนแอบรัก ความสุขความพอใจของคนแอบรักคือการเห็นรอยยิ้ม เห็นคนที่เราแอบรักมีความสุข แอบส่งดอกไม้ให้ แอบเอาขนมไปวางไว้ที่โต๊ะ แอบส่งข้อความ แอบส่งการ์ดไปให้ ต้องแอบๆเท่านั้น อันที่สอง เพิ่งไปอ่านเจอในเวปหนึ่งที่พูดถึงเพลงนี้ เขียนไว้ตรงท้ายว่า.."มันเป็นเรื่องธรรมดาที่การชอบใค­รซักคนแล้วเรายังไม่ ดีพอ เราไม่พร้อมเราจึงต้องปล่อยเค้า­ไป…" อันนี้ตรงมาก หากพร้อมจะรักก็คงกล้าออกไปยืนต่อหน้า ไม่ต้องแอบ และที่สำคัญคือ การที่ควบคุมความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ไม่งั้นคงไม่เผลอใจให้ออกไปอย่างนั้น ผมไม่มีตัวเลขว่า เปอร์เซ็นต์ของการสมหวังสำหรับคนแอบรักนั้นมีมากขนาดไหน เดาเอาว่า ถ้ามันมีมากพอ คงไม่มีเพลงแอบรักมากมายขนาดนั้นในโลกนี้.มันเป็นเรื่องน่าแปลกที่เรายังพบ เจอการแอบรักอยู่เรื่อยๆ นึกถึงอีกคำหนึ่งที่มักพ่วงเข้ามากับคำนี้คือ "แอบรักอยู่ข้างเดียว" เหมือนรักข้างเดียว รักข้างเดียวนั้นมักจะจบลงด้วยการไม่จบช้ำมากนัก เพราะการแอบรักมักจะเตรียมใจมาแล้ว และสิ่งที่ทำนั้นไม่เคยหวังว่าจะมีการตอบสนอง เพียงแค่ได้ทำก็พอ ฟังดูเหมือนเป็นรักแบบนักบุญยังไม่รู้ การแอบรักเป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้บอกได้ว่าหัวใจของเรายังมีความรู้สึก และยังบอกถึงความรักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเอง ไม่มีใครบังคับให้ใครแอบรักใครได้ และไม่มีใครห้ามใครไม่ให้แอบรักได้ ตอนจบของการแอบรัก ไม่ได้เศร้าอย่างที่ใครว่ากัน มักจบลงด้วยความทรงจำดีๆเสมอ ....ขอให้มีการแอบรักยังคงอยู่กับโลกต่อ ไป เพื่อสักวันหนึ่งจะต้องไม่แอบรักอีกต่อไป
....กับเพลงนี้ของฟรายเดย์ เนื้อเพลงยังมีความเรียบง่ายในการเข้าใจ ใช้ภาษาง่ายๆ ดนตรีตามสไตล์ถนัด เสียงร้องของบอย ตรัย ที่มีเสน่ห์ตามสไตล์ของเขา ไม่ได้โชว์เสียงร้องแบบมหัศจรรย์ ฟังแล้วได้ความรู้สึกของคนธรรมดาคนหนึ่งที่ร้องเพลงให้ฟัง  เสียงโซโลกีต้าร์ในท่อนกลางเพลง ได้อารมณ์มาก ก็ดีก็โอเคแล้วกับเพลงนี้

เนื้อเพลง: เรื่องรักธรรมดา
ศิลปิน: Friday
อัลบั้ม: Colorfication

ถึงแม้เธอจะไม่รู้ หรือว่าเธอจะไม่เห็น
แต่มันก็ไม่จำเป็น และไม่สำคัญสักหน่อย
แค่วันนี้ได้เห็นเธอยิ้ม แค่วันนี้ได้แอบเฝ้าคอย
แม้จะเลื่อนลอย แต่ไม่ได้ฝืนใจ

ฉันว่ามันมีความหมาย เมื่อได้รักใครสักครั้ง
แต่ไม่ใช่ทุกๆคน ต้องสมหวังซะเมื่อไหร่
เมื่อความรักไม่ใช่ความฝัน เมื่อลืมตาก็คงเข้าใจ
ฉันแค่รักเธอ รักเธอได้มั้ย

ก็แค่เรื่องธรรมดา ธรรมดา เหมือนใครคนอื่นๆ
เมื่อรักก็ไม่อาจฝืน บอกว่าไม่รัก
ก็แค่เรื่องธรรมดา ธรรมดา อย่าคิดให้มันยาก
อย่างน้อยความสุขของฉัน อย่างน้อยก็ยังได้ฝัน ว่ารัก

ช่วงเวลาในชีวิต คิดไม่นานก็ผ่านไป
จะกักขังรักไว้ทำไม ชีวิตคนเราแสนสั้น
แค่วันนี้ได้เห็นเธอยิ้ม นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ
ฉันแค่รักเธอ ไม่ขอมากกว่านั้น

ก็แค่เรื่องธรรมดา ธรรมดา เหมือนใครคนอื่นๆ
เมื่อรักก็ไม่อาจฝืน บอกว่าไม่รัก
ก็แค่เรื่องธรรมดา ธรรมดา อย่าคิดให้มันยาก
อย่างน้อยความสุขของฉัน อย่างน้อยก็ยังได้ฝัน ว่ารัก

แม้เธอจะไม่รู้เลย แม้เธอนั้นจะไม่เห็นฉันเลย
มันก็ไม่สำคัญ
(มันจำเป็นแค่ฉันเห็นเธอนั้นมีความสุข ก็คือความสุขของฉัน)
ถึงแม้แค่เพียงเท่านั้น อย่างน้อยก็ยังได้ฝันว่ารัก

ก็แค่เรื่องธรรมดา ธรรมดา เหมือนใครคนอื่นๆ
เมื่อรักก็ไม่อาจฝืน บอกว่าไม่รัก
ก็แค่เรื่องธรรมดา ธรรมดา อย่าคิดให้มันยาก
อย่างน้อยความสุขของฉัน อย่างน้อยก็ยังได้ฝัน
ถึงแม้ทำได้เท่านั้น ก็รัก

 
 
 

Always......DepaPepe

posted on 28 Jul 2013 17:13 by songs4u in EasyListening
 
ผมเปิดฟังเพลงนี้ในรถขณะขับรถกลับบ้ายช่วงเย็นสองสามวันที่ผ่านมา วันแรกที่ขับรถอากาศยามเย็นหน้าฝนที่เพิ่งผ่านฝนตก อากาศเย็นสบายมีปลายแสงแดดร่ำไรที่กำลังร่ำลาโลกในช่วงชั่วโมงท้ายแห่งวัน ฟังเพลงนี้ได้อารมณ์ดีมากๆ ประมาณว่าในตอนสิ้นสุดวันแล้วเราได้ปลดภาระ ปลดพันธนาการ วางเรื่องราวงานลงได้โลดแล่นกลับบ้าน เป็นความโล่งอกโล่งใจ. เย็นวันที่สองฝนตกพร่ำๆ มองที่ปัดน้ำฝนขยับปาดน้ำฝนบนกระจกหน้ารถเป็นจังหวะๆ มองรถที่วิ่งบนถนนไฮเวย์ ได้อีกอารมณ์หนึ่งที่ต่างไปจากเมื่อวาน อดจะรู้สึกครึ้มๆกับอากาศไม่ได้ แม้จะเย็นตอนหมดวัน หมดเวลาชั่วโมงทำงาน แทนที่จะได้อารมณ์ปลดภาระเช่นเมื่อวาน กลับรู้สึกอีกแบบ อากาศแบบนี้อดชวนให้คิดถึงใครสักคนที่เรามีความรู้สึกพิเศษให้ไม่ได้ อดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังทำอะไร กำลังคิดถึงเราเหมือนกันหรือเปล่า.

อารมณ์ที่ได้จากการฟังเพลงนี้ เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมโดยที่ยังเป็นเพลงเดิม เสียงกีต้าร์ตัวเดิม คู่เดิม เสียงแสค็ทยังเป็นจังหวะเช่นเดิม อารมณ์เพลงคงไม่ได้ขึ้นกับเพลงที่ฟังอย่างเดียว บรรยากาศรอบตัวและการแปลสิ่งต่างๆเหล่านั้นเป็นยังไง เช่นกับเย็นนี้ผมนั่งอยู่หน้าบ้านกับเนตบุ๊คตัวเดิม กลิ่นดินโชยมาแต่ไกล ชวนให้นึกถึงฝนตกในที่ๆไกลออกไป สายลมเย็นๆพัดเป็นระลอก ชวนต้นไม้หน้าบ้านให้เริงระบำไปกับสายลม ด้วยท่วงทำนองที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละต้น บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆสีเทา มีกลุ่มเมฆก้อนดำๆค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามา นั่งฟังเพลงเดียวกัน แม้อารมณ์เพลงจะคล้ายกัน แต่ยังมีอะไรอีกเล็กน้อยที่ต่างออกไป ความสนุกอันหนึ่งที่ผมชอบคือการนั่งฟังเพลงแล้วดูอารมณ์ตัวเองว่าเป็นยังไง บางทีก็จำอารมณ์เพลงที่เคยฟังมาครั้งก่อน อดแปลกใจไม่ได้ว่า ไม่ได้อารมณ์เดียวกันเป๊ะๆ นั่งซาบซึ้งกับดนตรี กับอารมณ์ของตัวเอง เอาแบบให้ดื่มด่ำไปเลย

เสียงกีต้าร์แหลมๆสั้นๆที่จังหวะเร็วนิดหนึ่งเป็นเสียงที่เดินธีมเพลงนี้ ผมรู้สึกว่าเสียงแบบนี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกเบาอกเบาใจ มันผ่อนตัวเองลงได้พอควรเลย  การไล่โน๊ตก็เอาแต่พองามให้อารมณ์เพลงไต่ได้ระดับหนึ่งก็โอเคเลยครับ เป็นธรรมดาของเราที่มักจะคาดหวังว่าเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นแบบเดิมๆแล้วจะมีการตอบสนองด้วยความรู้สึกเดิมๆ เป็นไปอย่างไม่ต้องบอก เป็นไปของมันเอง เรามักจะบอกตัวเองได้ว่ามันเหมือนหรือไม่เหมือนจากครั้งก่อน ถ้าไม่เหมือนในเชิงด้อยกว่าน้อยกว่า จะพานหัวเสียไปกับมันอยู่บ่อยครั้ง เราไม่ได้อยู่กับเพลงนั้นในเวลานั้นจริงๆเสียที เพราะมัวไปสนใจว่ามันจะใช่แบบเดิมไหม ชีวิตที่คอยเปรียบเทียบกับมาตรฐานในใจ ไม่ใช่ชีวิตที่สนุก คำว่าสนุกมีความหมายเดียวคืออย่างน้อยต้องเหมือนความสนุกครั้งก่อน ชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตที่โอเคได้กับทุกสิ่งที่เข้ามา แม้มันจะไม่ได้สนองอารมณ์เราอย่างที่เคย เราก็สนุกและโอเคกับมันได้อย่างที่มันเป็นจริงๆ ผมไม่ได้หมายความว่าให้ทิ้งความสนุกที่บันทึกในหัวเรา เพียงรู้ว่ามันก็อยู่ตรงนั้น เราหยิบมาใช้เปรียบเทียบแล้วเราก็วางมันลงได้แล้วดื่มด่ำกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เต็มที่ นี่อาจเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เรามีความสุขได้กับทุกอย่างทุกจังหวะในชีวิตของเรา

หวังว่าคุณจะได้ดื่มด่ำกับ Always ของDepa Pepe......อัลบั้ม Acoustic & Dining
 
 
 

May Be.....Yiruma

posted on 20 Jul 2013 17:10 by songs4u in EasyListening
 
 
ผมกลับมาถามตัวเองใหม่ว่า วันนี้ถ้าจะเขียนบล็อกต่อ เหตุผลในวันนี้ต่างจากวันวาน วันที่เต็มไปด้วยการเขียนแบบสองสามวันต่อหนึ่งบล็อก สนุกกับการหาเรื่องให้ตัวเองเขียน สนุกกับการหาเพลงเพราะๆให้ตัวเองฟัง แรกๆมันเป็นเช่นนั้น หลังๆมันกลับเป็นการเร่งเร้าตัวเองอ้อมๆ หลายครั้งที่ได้เพียงเปิดอ่านแล้วปิด ไม่ได้ร่ายนิ้วบนแป้น  ผมหายไปจากการเขียนบล็อก วันนี้กลับมาถามใจตัวเองแล้วก็ยังอยากเขียนอะไรต่อ หากแต่ไม่ได้เน้นว่าจะต้องถี่เหมือนเมื่อก่อนและไม่ได้เร่งรัดตัวเองเช่น ก่อน ทำอย่างสบายๆ เอาตัวเองเป็นหลัก  ว่างเมื่อไหร่ก็ค่อยๆเอาเพลงมาแปะ มานั่งเขียนอย่างสบายอารมณ์

  ผมรู้จัก Yiruma เมื่อสายๆวันนี้เองจากการเปิดเข้าเวปเพลงนิวเอจ ไปสะดุดเพลงเปียนโนที่หนึ่งอัลบั้มทำเพลงเดียวแต่ใส่ดนตรีหลากหลาย มีทั้งออร์เคสต้า แร็ป และเพลงร้อง เลยลองไปหาเพลงอื่นฟังดู เพลงแรกที่ฟังแล้วทำเอานั่งฟังแบบตั้งใจคือเพลงนี้ May Be จากอัลบั้ม The Best Reminiscent 10th Anniversary ซึ่งเป็นเพลงจากอัลบั้ม First Love ออกมาในปี 2001.....ผมเป็นโรคแพ้เพลงช้า ฟังทีไรอดเคลิ้มไปตามเพลงไม่ได้ ในความเคลิ้มของเพลงนี้ ผมรู้สึกถึงการวางช่องว่างระหว่างตัวโน๊ตที่พอเหมาะพอเจาะกับความรู้สึกของ คนฟัง อาจจะพอดีกับช่องของความรู้สึกของผมก็ได้ การทอดปลายเสียงโน๊ตที่พอดิบพอดีกับความรู้สึก ผมรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพของคนเล่น โอเคมากๆ

 ผมนั่งฟังเพลงนี้ พร้อมกับมีประโยคนี้ดังคลอกับเพลง...ถ้าหากวันนั้น ฉันไม่ปล่อยเธอให้เดินไปจากชีวิตฉัน ถ้าหากวันนั้น ฉันไม่เดินจากชีวิตของเธอไป ......ผมเห็นภาพผู้ชายที่นั่งมองทอดสายตาไปกับสายฝนที่กำลังร่วงหล่นจากฟ้า มาเป็นสาย นั่งนึกภาพวันก่อนที่มีความสุขกับเธอคนนั้น ภาพฉายไล่ไปวันที่หยอกเหย้ากัน หัวร่อกระซิกกระซี้ เขาแอบก้มหน้าหัวร่อตามภาพที่ฉายขึ้นมา จากนั้นภาพทุกอย่างก็หายวับไปเหลือแต่ความมืด ภาพวันที่เขาและเธอเดินจากกันไป เขาเดินออกมาพร้อมกับน้ำตา เขาถอนหายใจยาวๆพร้อมกับรำพึงรำพันเบาๆว่า...หากวันนั้น.....คำว่า หากวันนั้น เป็นคำพูดที่เราได้ยินบ่อยๆยามที่เรามองกลับไปในวันนั้นแล้วเราอยากจะกลับไป เลือกอะไรให้ตัวเองใหม่ ทั้งๆที่เราไม่อาจกลับไปในวันนั้นได้จริงๆ บางคนใช้คำนี้เพื่อสอนใจตัวเอง สอนตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น บางคนอีกเช่นกันที่ยังทิ่มแทงตัวเองด้วยคำพูดนี้ แล้วแต่ว่าเราเติบโตขึ้นแค่ไหนไม่เป็นไรหรอกหากวันหนึ่งเราเคยทิ่มแทงตัวเอง ด้วยคำพูดนี้ วันนี้เราอาจพร้อมจะยอมรับคำพูดนี้อย่างผู้ใหญ่แล้ว จนหัวเราะกับการจมตัวเองกับเรื่องในวันนั้น
 
 
first love yiruma