Back In The Day......Jeff Kashiwa

posted on 23 May 2012 14:28 by songs4u  in JazzRoom
 
 
โดยปกติเรามักจะแยกความสนุกออกจากงาน งานถูกป้ายให้เป็นเรื่องของความจริงจังซีเรียส  เราแยกเวลาพักให้เป็นเอกเทศจากการทำงาน เรารู้สึกหมดแรงจากการทำงาน และเสาะหาเวลาพักฟื้นพลังจากเวลาพัก จนกลายเป็นความเคยชิน หากเราทำงานที่กลับให้ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้คงจะดี.....
 
ถูกใจเสียงแซ็กโซโฟนของJeff Kashiwa อดีตมือแซ็กของThe Rippingtons มิน่าถึงฟังได้กลิ่นไอเพลงแจ๊สที่คุ้นเคย เสน่ห์ของเพลงนี้อยู่ตรงที่ดีไซน์ธีมเพลงให้ออกแนวคึกคักแบบพอประมาณ นั่งฟังไปทำงานไปแล้วมันกระฉับกระเฉงดี ฟังแล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจ จนอดจะแว๊ปมานั่งเขียนแปะเพลงไม่ได้ ขอเวลาสัก 15 นาทีปลีกตัวมาเขียนบล็อก

เพลง นี้ลงตัวดี ตรงที่ดนตรีเร็ว แต่ไม่มากถึงกลับจะเป็นเพลงหนัก เสียงแซ็กก็คุมอารมณ์ให้คึกคักพอประมาณ ไม่เกิดอาการล้ำจนเกินไป อินโทรแบบเบาๆเนิบๆแล้วค่อยๆเร่งจังหวะขึ้น เหมือนกับให้คนฟังได้เตรียมตัว เร่งจังหวะขึ้นตามแซ็กที่ค่อยๆเร่งจังหวะ ไม่รุกเร้า เร่งรีบในการเร่งอารมณ์ให้คึกคักแบบมากเกินไป เป็นอารมณ์ที่ค่อยๆคุขึ้นมา ผมว่ามันง่ายที่จะปล่อยอารมณ์ไปตามดนตรี ผมชอบการคอนโทรลน้ำหนักของเสียงแซ็กที่Jeffเล่นออกมา เสียงไม่โดดและความนิ่งของเสียง ถือว่าโอเค สมกับยี่ห้อของแบรนด์อย่าง The Rippington

วันนี้ได้อารมณ์ประมาณคนกำลังสนุก เล่นกับงานอย่างสบายๆ และน่าจะต่อไปถึงสนุกสบายๆกับชีวิตบนโลกใบนี้ 



 
เขียนโพสเพลงของลิปตามาหลายเพลง ว่าจำได้ว่าโพสเพลง"ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้" พอไล่ๆดู อ้าวววว....ลืมไปได้ไง ดนตรีของลิปตาในเพลงช้าๆฟังทีไรโดนทุกที ผมว่าเพลงนี้เอากลิ่นไอของฮิปฮอปเข้ามาปนกับเพลงป๊อปนี้ได้อย่างลงตัว มักจะเห็นเพลงที่เขียนขึ้นต้นด้วยการสมมุติบางอย่างขึ้นมาแล้วก็ว่ากันไปตามนั้น และมักสมมุติอะไรที่ในความเป็นจริงที่เราอยากให้เป็น หากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยาก ถ้าจะเป็น มันก็คงยาก ยากจนเอามาเก็บฝันในโลกของเพลง
 
คงจะจริงที่ว่า....คนเราจะรู้ซึ้งถึงคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว และคงจะจริงที่ว่า เมื่อคนเราที่เคยรักกันแล้วมาเิดินจากกันไปนั้น เรามักจะไม่ได้จำว่าอะไรเป็นสาเหตุ เราจำได้เพียงความรู้สึกที่แสนจะเจ็บปวดนั้นเพียงอย่างเดียว ปล่อยตัวเองจมลงไปกับความเจ็บปวดนั้น ผมชอบประโยคนี้....If I could change anything, I would change everything that made us apart. คงเป็นไปได้ว่า เมื่อชายคนนี้ลองกลับมานั่งนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว เขารู้สึกเธอคนนั้นมีค่ามากกว่าสิ่งใดในชีวิต เขาพร้อมจะเปลี่ยน พร้อมจะเอาอะไรที่เขามีมาแลกกับการเปลี่ยนใจเธอ เปลี่ยนสิ่งที่พรากเธอและเขาจากกัน
 
 
ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้....Lipta
 
ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้ ฉันนั้นก็คงไม่เหงา เดียวดายอยู่อย่างนี้ 
เปลี่ยนใจเธอได้ ชีวิตคงดีกว่าที่เป็นอยู่แบบนี้ 

ตั้งแต่เราร้างลาจากกันไกล ตั้งแต่วันที่เธอเดินจากฉันไป 
จำเหตุผลไม่ค่อยได้ สาเหตุนั้นคืออะไร 
พอมาเจอเธอในวันนี้ ความรู้สึกดีดี กลับมาอีกที 
อยากให้เธอรู้ไว้ว่าฉัน 

ตั้งแต่วันนั้น ฉันยังคงติดอยู่กับความทรงจำ 
ที่ยังมีเธอ มีเธอ อยู่ข้างๆกาย 

ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้ ฉันนั้นก็คงไม่เหงา เดียวดายอยู่อย่างนี้ 
เปลี่ยนใจเธอได้ ชีวิตคงดีกว่าที่เป็นอยู่แบบนี้ 

อยากจะรู้เธอเคยรู้สึกเหงาแค่ไหน เมื่อไม่มีฉันคอยเอาอกเอาใจ 
เมื่อเธอนั้นไม่มีใคร อยากจะรู้เธอเคยคิดถึงฉันบ้างไหม 
ฉันนั้นคิดถึงเธออยู่ทุกวัน ทุกคืนฉันนอนไม่เคยหลับ 
มีแต่ภาพเธอมากวนใจ ทำให้ฉันคนนี้ต้องหวั่นไหว 

ตั้งแต่วันนั้น ฉันยังคงติดอยู่กับความทรงจำ 
ที่ยังมีเธอ มีเธอ อยู่ข้างๆกาย 

ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้ ฉันนั้นก็คงไม่เหงา เดียวดายอยู่อย่างนี้ 
เปลี่ยนใจเธอได้ ชีวิตคงดีกว่าที่เป็นอยู่แบบนี้ 

If I could change your mind ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้ 
If I could change your mind ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้ 
If I could change your mind ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้ 
If I could change anything, 
I would change everything that made us apart. 
If I could change anything, 
I would change everything that made us apart. 

ตั้งแต่เราร้างลาจากกันไกล ตั้งแต่วันที่เธอเดินจากฉันไป 
ฉันนั้นคิดถึงเธออยู่ทุกวัน ทุกคืนฉันนอนไม่เคยหลับ
 

LOVE BIRDS WHISPER IN MY EAR.... Sadao Watanabe

posted on 27 Apr 2012 15:25 by songs4u  in JazzRoom
 
วันเวลาพัดผ่านอะไรต่อมิอะไร หนึ่งในนั้นคือเวลานำอะไรบางอย่างที่พัดพาผมให้ไกลจากการเขียนบล็อก ในวันนี้เรามีการสื่อสารที่ฉับไวขึ้นโดยเฉพาะมีเฟซบุ๊คให้เราได้อ่านได้ตามความเคลื่อนไหวของใครต่อใคร ทั้งที่สนิท ทั้งที่รู้จัก และทั้งที่ไม่รู้จัก บรรดาข่าวสารข้อมูลที่โถมทับเข้ามานั้นมากมายเหลือเกิน หากเราบริโภคไม่เลือก คงคล้ายๆกับการทานอาหารแบบไม่ได้ดูว่าทานอะไรแล้วจะได้อะไรบางครั้งก็เกิดอาการท้องเพ้อ บางทีก็อาหารเป็นพิษ
 
ในบรรดาหลายวันที่อากาศร้อนๆ ร้อนมากๆ กลับไปนึกถึงเพลงหวานๆเพลงหนึ่งในอัลบั้มแรกที่ผมรู้จัก Sadao Watanabe พลันนึกถึงวันเวลาวัยม.ปลายที่ได้ตื่นตาตื่นใจกับบรรดาปกเทปที่วางบนแผงร้านขายคลาสเซ็ตเทป. ในวัยที่อยู่ม.ปลายนั้น ไม่มีสื่ออย่างยูทูบหรือสื่อทางเนต ทางเดียวที่เราจะมีโอกาสฟังและรู้จักเพลงคือ การเดินเข้าไปร้านขายเทปคลาสเซ็ต ในยุคปี 2530-2533นั้น เทปคลาสเซ็ตเป็นสื่อที่ถือว่าหาง่ายที่สุด ราคาพอเอื้อมไหว และราคาเครื่องเล่นคลาสเซ็ตเทปก็ไม่แพงมากนัก ยุคนั้นไม่มีกฏหมายลิขสิทธิ์มาบี้กัน มีเทปคลาสเซ็ตที่ก๊อปเพลงสากลมาวางขายม้วนละ 25 บาท ขึ้นรถเมลล์ที่เชียงใหม่ก็แค่1บาทสำหรับเด็กนักเรียน ผู้ใหญ่ก็2บาท ราคาหนังสือคู่มือต่างๆก็ราวๆ50-80 บาท บนแผงร้านขายคลาสเซ็ตเป็นพื้นที่ที่เปิดโลกการฟังเพลงของผม ผมได้รู้จักดนตรีแจ๊สจากแผงแถวไนท์บาร์ซาร์ มีร้านใหญ่ร้านหนึ่งที่เยื้องๆกับร้านสีสวน ที่มีพื้นที่วางปกเทปกว้างพอๆกับตึกแถวสองคูหา เสียอย่างเดียวที่ไม่ค่อยเปิดไฟและช่วงบ่ายก็ร้อนจนเหงื่อไหลเลย ผมรู้จักEarl Klugh,Kenny G,Bob James,David Sanbornและ Sadao Watanabeจากที่นี้ เป็นโลกที่ชวนให้เราได้ลุ้นว่าเทปม้วนละ25บาทกับปกเทปและชื่อศิลปินคนนี้ จะเป็นดนตรีในแบบที่เราชอบหรือเปล่า หลายครั้งก็เจอแนวที่ไม่ชอบ เทปแบบนี้ซีลพลาสติกแล้วแกะออกมาลองฟังไม่ได้ เกริ่นเสียยาวนานกว่าจะเข้าเรื่อง อัลบั้มแรกที่ผมเห็นเป็นปกขาวๆ มีลุงใส่เสื้อสีเขียวถือแซ็กโซโฟน ตกลงใจซื้อเพราะมีแซ็กโซโฟนที่ปก ไม่รู้จักลุงSadoมาก่อน และเป็นครั้งที่ตัดสินใจไม่พลาด
 
 เพลงในอัลบั้มนี้เพราะทุกเพลง ในสมัยนั้นเพลงWhen we make a homeยังไม่ดัง เพลงที่นำมาแปะไว้เป็นเพลงที่ผมชอบ ฟังแล้วมันหวาน ออกโรแมนติกดี อินโทรด้วยอิเล็คโทนใสๆ แซ็กโซโฟนก็เริ่มไล่โน๊ตอย่างผ่อนลมยาวๆ มันได้อารมณ์ที่ผ่อนคลายมากๆ เครื่องเคาะที่เริ่มเข้ามาล้อกับแซ็กโซโฟนก็ล้อหยอกกันอย่างน่ารัก ถ้าอ่านชื่อเพลง"Love Birds Whisper in my ear"แล้วคงเข้าใจธีมเพลงได้อย่างสบายๆ เพลงนี้ลุงทำเอาหนุ่มวัยรุ่นๆอย่างผมเคลิ้มกับดนตรีแนวโรแมนติก 
 
วันวานที่ผ่านมาแม้จะเดินทางผ่านอะไรมามากมาย สิ่งหนึ่งที่คิดว่าหลงลืมไปก็คือความโรแมนติกของชีวิต ฟังเพลงนี้แล้วความรู้สึกเคลิ้ม ความโรแมนติกที่เคยมีในวันนั้นจากการฟังเพลงนี้ถูกปลุกให้ออกมาโลดแล่นชีวิต ชีวิตที่โลดแล่นไปอย่างรวดเร็ว อย่างเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง อย่างลืมหูลืมตา ทำให้เก็บชิ้นส่วนความสุขเล็กๆออกไปจากชีวิตแล้วซุกซ่อนเก็บลงกล่องในหัวใจ
 

A Light From You ........Patrick Yandall

posted on 07 Feb 2012 14:15 by songs4u  in JazzRoom
 
เสียงกีต้าร์ที่เปล่งขึ้นมาในช่วงท่อนแรกของเพลงนี้ชวนให้นึกถึงเสียงกีต้าร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปินที่ชื่นชอบอย่างLarry Carlton เอามากๆ มีความคล้ายของเสียงกีต้าร์สไตล์George Bensonเช่นกัน แต่ก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเขาเช่นกัน คงไม่ใช่ศิลปินอย่างที่เรารู้จักกัน นั่นไม่สำคัญเท่ากับสุ้มเสียงทำนองที่เล่นผ่านกีต้าร์ออกมาว่ามีวิญญาณหรือเปล่า คงจะเขียนอะไรที่มันจับต้องยาก วิญญาณอะไร คงเล่นคำเสียมากกว่า เป็นสุ้มเสียงที่ให้ความรู้สึกเฉพาะเสียมากกว่าสำหรับงานเพลงของ Patrick Yandall.
 
สไตล์เพลงนี้เป็นSmooth Jazzที่ฟังง่ายมาก เมโลดี้ไม่กี่ตัว เน้นการเล่นไล่จังหวะจะโคนที่ส่งต่อความรู้สึกมากกว่า การเลือกจังหวะเพลงช้าสลับกับช้าลงเป็นการเลือกจังหวะให้ลงตัวกับความหมายของเพลงได้ลงตัว เสียงกีต้าร์ที่เล่นไปเรื่อยๆและง่ายๆกลับให้ความรู้สึกที่สบายๆไปกับคนเล่น ไม่ต้องวาดหวังว่าจังหวะจะโลดโดดอะไรมาก เหมาะมากกับการปล่อยอะไรให้ไหลไปตามเพลง
 
ฟังเพลงนี้แล้วให้ความรู้สึกว่าเสียงกีต้าร์นี่ให้ความเป็นอิสระมากๆ ใจล่องลอยไปตามเสียงกีต้าร์
 
 




Make A Wish.....Secret Garden

posted on 16 Jan 2012 13:50 by songs4u  in EasyListening
 
 
เพลงอัลบั้มใหม่ของSecret Garden ที่ออกมาในเดือนพ.ย. ปลายหนาวพอดี น่าจะเป็นการวางแผนออกอัลบั้มพอดี ในหน้าเวปเขียนเล่าอัลบั้มนี้ว่า เป็นความตั้งใจของRolf Lovlandที่ออกอัลบั้มในช่วงนี้โดยวางคอนเซ็ปว่าจะเอาเพลงเก่ามาทำใหม่และชูให้เสียงไวโอลินของ Fionnuala Sherry เป็นนางเอกของอัลบั้มนี้.Rolfเล่าว่า "ฤดูหนาวว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่มีความสวยงามอย่างมีมนต์เสน่ห์ เป็นช่วงเวลาของอารมณ์และความคิดพิจารณาไตร่ตรอง ความรู้สึกต่างๆเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดสำหรับแรงบันดาลใจทางดนตรี ฤดูหนาวแถบแสกนดิเนเวียที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิด มักกระตุ้นเร้าความคิดสร้างสรรค์ของผม  ผมมักจะเขียนเพลงได้ดี ผมคิดว่าธรรมชาติแถบแสกนดิเนเวียและบรรยากาศที่สุดจะพิเศษในหน้าหนาว ช่วยสร้างความต้องการชนิดที่ให้ผมรู้สึกอารมณ์และได้แสดงตัวตนของผมออกมา"....เช่นเดียวกับ Fionnualaก็เล่าถึงความพิเศษและความตั้งใจในอัลบั้มนี้ว่า"เราหวังว่าอัลบั้มนี้มีส่วนให้แสงสว่างและความอบอุ่นแก่ผู้ฟังในเวลายามเย็นของฤดูหนาว และสำหรับผู้ที่อยู่ในอากาศที่อุ่น เพลงในอัลบั้มนี้จะเป็นแสงสว่างและความอบอุ่นในช่วงเวลาที่มืดมิดและหนาวเย็น....
 
Make A Wish เป็นเพลงอินโทรด้วยเสียงเปียนโนและเสียงกรุ๊งกริ๊งที่ค่อยๆปูทางให้อารมณ์ช้าๆเย็นๆสบายๆ ก่อนจะนำความรู้สึกลงให้ดิ่งลงไปหาความเย็นที่ปนความเหงา ระหว่างที่ดำดิ่งลงไปก็ใช้บรรยากาศและเสียงของเครื่องดนตรีวงใหญ่ดึงอารมณ์กลับมาสู่ความอบอุ่น เป็นเสียงที่ให้พลังที่กำลังโอบกอดเราด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยความอบอุ่น เสียงโอโบยิ่งตอกย้ำความอบอุ่นชัดขึ้น ฟังแล้วรู้สึกอุ่นขึ้นมาในใจอย่างที่คนแต่ง คนเรียบเรียงและคนเล่นเล่าให้ฟัง
 
อีกความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้น คือความหวัง ความอบอุ่นท่ามกลางความเหงา โดดเดี่ยว คงเป็นความเหงาความโดดเดี่ยวที่ได้จากการอยู่คนเดียว ได้มีเวลาดื่มด่ำลงสู่ห้วงมหาสมุทรภายในใจ แล้วกลับสู่ความอบอุ่นจากการพบอะไรบางอย่างที่มีพลังและยิ่งใหญ่มากๆ .....
 
 
 



winter poem 2011