JazzRoom

It is what it is....Vincent Ingala

posted on 08 Nov 2012 12:18 by songs4u in JazzRoom
 
 
ลองหาข้อมูลของVincent Ingalaไม่เจอเลยว่าเป็นใครมาจากไหน แต่ฟังเพลงแล้วโดนอารมณ์มากๆ เจอแต่เปไซด์ของเขาเอง vincent Ingala เป็นเพลงแจ๊สที่มีกลิ่นไอของฟังค์แบบพอดีๆ ผมฟังอยู่หลายรอบ เพราะชอบอารมณ์ที่ได้จากเพลง เป็นความคึกคัก มีชีวิตชีวาและออกจะเร่งเร้าพลังข้างในได้ดี
 
เป็นความลงตัวของการเอากลองโปรแกรมและแซ็กโซโฟนเอามาผสมกันอย่างลงตัว ดีไซน์เสียงแซ็กที่สั้นๆช่วยส่งให้จังหวะมันส์ขึ้นอย่างน่าสดชื่น.วันนี้ผมเริ่มรู้สึกล้าๆเมื่อยๆยังไงบอกไม่ถูก คนรอบตัวก็พากันเปื่อยเป็นไข้หวัด ก็มีทั้งหวัดธรรมดาและหวัดใหญ่ อากาศปีนี้ไม่ได้หนาวมากอย่างปีก่อนๆ แต่คนป่วยมากกว่าปีก่อน ยังไงช่วงนี้ก็ขอให้ทุกท่านที่ผ่านแวะมาบล็อกนี้ ดูแลร่างกายและหัวใจตัวเองให้เข้มแข็งและสดชื่นอยู่เสมอแล้วกันครับ
 


Until Now......Nate Najar

posted on 23 Aug 2012 12:27 by songs4u in JazzRoom
 
 
เป็นธรรมดาที่คนเราเมื่อเจออะไรแล้วมักจะดึงข้อมูลเดิมๆมาเปรียบเทียบ เราใช้จนกลายเป็นความปกติของเรา แล้วเราก็จะเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าในเศษเสี้ยวของประสบการณ์เดิม เราจะเห็นของอย่างหน้าเราด้วยประสบการณ์เดิมก่อนเสมอ และถ้าพิจารณาต่ออีก เราอาจเริ่มเห็นความเป็นเอกลักษณ์หรือความต่างกันของสิ่งของที่อยู่ข้างหน้าเรา เช่นเดียวกันผละแรกที่ได้ยินเสียงตวัดสายกีต้าร์แล้วเห็นภาพของPaul Jackson Jr.มือกีต้าร์แจ๊สชาวอเมริกันที่มีผลงานมาก หากเสียงกีต้าร์ของNate Najarก็ยังมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เสียงกีต้าร์ไฟฟ้าสะบัดไปตามท่วงทำนองของเขาเอง...ลองอ่านประวัติของเขาในเวปส่วนตัวของเขาเอง
 
เพลงUntil Nowนี้ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย และผ่อนจังหวะชีวิตลง ยังมีบรรยากาศของแจ๊สที่เจือด้วยป๊อปอ่อนๆ ฟังแล้วชวนให้นึกถึงภาพของเช้าวันก่อน ผมตื่นขึ้นมาในอากาศของวันหลังฝนตก แดดอ่อนๆ ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนๆ ไม่เห็นเมฆขาวๆหรือดำๆ สายลมอ่อนๆพัดมาอย่างเอื่อยๆ ผมนั่งมองกอไผ่ที่ปลูกไว้หลังบ้านอีกฟากหนึ่ง ไผ่ที่สูงท่วมหลังคาบ้านไปเยอะ คงราวๆสี่ห้าเมตร ลำต้นกำลังลู่ไปตามลมอย่างอ่อนช้อย กิ่งและใบไผ่สีเขียวสดที่พัดล้อกับลม เสียงซู่ๆเบาๆ ดังมาจากไกล นั่งมองและซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติให้ค่อยๆซึมไหลเข้ามาสู่ร่างกาย ทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ ร่างกายจะเริ่มนิ่งและหลอมหลวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ระหว่างนั้นที่รู้สึกคือเหมือนจะมีพลังและได้รับความพลังจากธรรมชาติ รู้สึกเหมือนเวลาในช่วงนี้มันทอดยาวไปเรื่อยๆอย่างไม่เห็นปลายทาง  กลับมาอยู่กับความเป็นปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ได้ล่องลอยไหลเลื่อนไปอย่างเหม่อลอย กลับรู้ทุกๆวินาทีนั้นอย่างเต็มตื่น เป็นเสี้ยวเวลาสั้นๆที่เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เป็นการปรับคลื่นภายในร่างกายที่เคลื่อนไหวด้วยความถี่ที่สูงให้ช้าลงมาสู่ระดับที่ช้าเช่นเดียวกับความถี่ในธรรมชาติ
 
ลองฟังเพลงนี้ของNate Najar....แล้วเผื่อจะได้ช้าลง เย็นลงและเต็มตื่นกับปัจจุบัน
 
 


Moonlight Dancing....Earl Klugh

posted on 03 Aug 2012 11:20 by songs4u in JazzRoom
 
 
ผมรู้จักงานของEarl Klughจากอัลบั้มเพลงรวมฮิตของเขาในรูปของคลาสเซ็ต คงราวๆปี1992ประมาณนั้น ไม่ได้รู้จักเขามากกว่าเสียงกีต้าร์ที่เล่นออกมาในแนวสบายๆ เป็นต้นแบบของเพลงกีต้าร์แจ๊สที่ฟังสบายที่ผมรู้จัก การมีอินเตอร์เนทและการมีฟรีวีดีโอเล่นให้ดูอย่างยูทูบ ทำให้ผมได้ลองกลับไปหาผลงานเก่าๆมาฟัง ผมเริ่มจากเข้ายูทูบพิมพ์ชื่อเพลงสักเพลงของEarl Klughเข้าไปแล้วลองเปิดฟังดู วันนี้ชอบเพลง Moonlight Dancing อยากรู้ว่าเป็นอัลบั้มในปีไหนก็เข้ากูเกิลพิมพ์ชื่อเพลงลงไป ก็เจอแล้วว่าอยู่ในอัลบั้มไหน จากนั้นก็เข้าวิกีพีเดียพิมพ์ชื่อของEarl Klughเข้าไป เปิดหาตรงอัลบั้มเพลง เปิดตรงอัลบั้มที่เราสนใจ เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Soda Fountain Shuffle เป็นอัลบั้มในลำดับที่สิบสอง และเป็นอัลบั้มแรกของWarnerโดยลดสเกลของวงแบ็คอัพจากวงออร์เคสตร้ามาเหลือวงที่มีคนเล่นแบ็คอัพเพียง 6 คน....
 
....เพลงนี้มีเอกลักษณ์ของEarl Klughอย่างเต็มตัว มีกลิ่นไอของความสบายๆปนกับความกระฉับกระเฉงบ้างอย่างลงตัว ผมว่าลงตัวดีกับอารมณ์เพลงที่ผสมการตื่นตัวกับการสบายๆ เหมาะกับวันหยุดแบบนี้ เสียงกีต้าร์สายเอ็นที่เล่นด้วยเมโลดี้แบบนี้ฟังแล้วได้ความสดชื่นในยามเช้าวันหยุด ผมนึกถึงแสงแดดยามเช้าอ่อนๆที่กำลังสดลงมาในป่าที่ต้นไม้เขียวๆ มีต้นไม้ตันโตๆเรียงราย เป็นแนว มีพื้นหญ้าสีเขียวสดๆ อยากไปสูดอากาศยามเช้าในป่าเขียวๆ ผ่อนความเร่งรีบของชีวิตในเมือง มาอยู่กับความเนิบๆของธรรมชาติบ้าง นั่งลงบนพื้นหญ้าค่อยๆหายใจเข้าช้าๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ฟังเสียงธรรมชาติ ฟังเสียงลม เสียงแห่งความเงียบ ค่อยๆกลับมาฟังเสียงธรรมชาติข้างในตัวเรา ปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ว้าว....แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว
 
...บางทีผมก็หาความสุขง่ายๆ ด้วยการเปิดเพลงคลอเบาๆช้าๆ เปิดหาภาพต้นไม้ในป่าเขียวๆ นั่งมองตรงหน้าคอมพ์ จนติดตา หลับตาแล้วนึกภาพตัวเองกำลังอยู่ในป่านั้น ปล่อยตัวเองไปกับจินตนาการ แค่นี้ก็พอจะสลายคลื่นความสับสนบางอย่างภายในใจได้บ้าง


Back In The Day......Jeff Kashiwa

posted on 23 May 2012 14:28 by songs4u in JazzRoom
 
 
โดยปกติเรามักจะแยกความสนุกออกจากงาน งานถูกป้ายให้เป็นเรื่องของความจริงจังซีเรียส  เราแยกเวลาพักให้เป็นเอกเทศจากการทำงาน เรารู้สึกหมดแรงจากการทำงาน และเสาะหาเวลาพักฟื้นพลังจากเวลาพัก จนกลายเป็นความเคยชิน หากเราทำงานที่กลับให้ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้คงจะดี.....
 
ถูกใจเสียงแซ็กโซโฟนของJeff Kashiwa อดีตมือแซ็กของThe Rippingtons มิน่าถึงฟังได้กลิ่นไอเพลงแจ๊สที่คุ้นเคย เสน่ห์ของเพลงนี้อยู่ตรงที่ดีไซน์ธีมเพลงให้ออกแนวคึกคักแบบพอประมาณ นั่งฟังไปทำงานไปแล้วมันกระฉับกระเฉงดี ฟังแล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจ จนอดจะแว๊ปมานั่งเขียนแปะเพลงไม่ได้ ขอเวลาสัก 15 นาทีปลีกตัวมาเขียนบล็อก

เพลง นี้ลงตัวดี ตรงที่ดนตรีเร็ว แต่ไม่มากถึงกลับจะเป็นเพลงหนัก เสียงแซ็กก็คุมอารมณ์ให้คึกคักพอประมาณ ไม่เกิดอาการล้ำจนเกินไป อินโทรแบบเบาๆเนิบๆแล้วค่อยๆเร่งจังหวะขึ้น เหมือนกับให้คนฟังได้เตรียมตัว เร่งจังหวะขึ้นตามแซ็กที่ค่อยๆเร่งจังหวะ ไม่รุกเร้า เร่งรีบในการเร่งอารมณ์ให้คึกคักแบบมากเกินไป เป็นอารมณ์ที่ค่อยๆคุขึ้นมา ผมว่ามันง่ายที่จะปล่อยอารมณ์ไปตามดนตรี ผมชอบการคอนโทรลน้ำหนักของเสียงแซ็กที่Jeffเล่นออกมา เสียงไม่โดดและความนิ่งของเสียง ถือว่าโอเค สมกับยี่ห้อของแบรนด์อย่าง The Rippington

วันนี้ได้อารมณ์ประมาณคนกำลังสนุก เล่นกับงานอย่างสบายๆ และน่าจะต่อไปถึงสนุกสบายๆกับชีวิตบนโลกใบนี้ 



LOVE BIRDS WHISPER IN MY EAR.... Sadao Watanabe

posted on 27 Apr 2012 15:25 by songs4u in JazzRoom
 
วันเวลาพัดผ่านอะไรต่อมิอะไร หนึ่งในนั้นคือเวลานำอะไรบางอย่างที่พัดพาผมให้ไกลจากการเขียนบล็อก ในวันนี้เรามีการสื่อสารที่ฉับไวขึ้นโดยเฉพาะมีเฟซบุ๊คให้เราได้อ่านได้ตามความเคลื่อนไหวของใครต่อใคร ทั้งที่สนิท ทั้งที่รู้จัก และทั้งที่ไม่รู้จัก บรรดาข่าวสารข้อมูลที่โถมทับเข้ามานั้นมากมายเหลือเกิน หากเราบริโภคไม่เลือก คงคล้ายๆกับการทานอาหารแบบไม่ได้ดูว่าทานอะไรแล้วจะได้อะไรบางครั้งก็เกิดอาการท้องเพ้อ บางทีก็อาหารเป็นพิษ
 
ในบรรดาหลายวันที่อากาศร้อนๆ ร้อนมากๆ กลับไปนึกถึงเพลงหวานๆเพลงหนึ่งในอัลบั้มแรกที่ผมรู้จัก Sadao Watanabe พลันนึกถึงวันเวลาวัยม.ปลายที่ได้ตื่นตาตื่นใจกับบรรดาปกเทปที่วางบนแผงร้านขายคลาสเซ็ตเทป. ในวัยที่อยู่ม.ปลายนั้น ไม่มีสื่ออย่างยูทูบหรือสื่อทางเนต ทางเดียวที่เราจะมีโอกาสฟังและรู้จักเพลงคือ การเดินเข้าไปร้านขายเทปคลาสเซ็ต ในยุคปี 2530-2533นั้น เทปคลาสเซ็ตเป็นสื่อที่ถือว่าหาง่ายที่สุด ราคาพอเอื้อมไหว และราคาเครื่องเล่นคลาสเซ็ตเทปก็ไม่แพงมากนัก ยุคนั้นไม่มีกฏหมายลิขสิทธิ์มาบี้กัน มีเทปคลาสเซ็ตที่ก๊อปเพลงสากลมาวางขายม้วนละ 25 บาท ขึ้นรถเมลล์ที่เชียงใหม่ก็แค่1บาทสำหรับเด็กนักเรียน ผู้ใหญ่ก็2บาท ราคาหนังสือคู่มือต่างๆก็ราวๆ50-80 บาท บนแผงร้านขายคลาสเซ็ตเป็นพื้นที่ที่เปิดโลกการฟังเพลงของผม ผมได้รู้จักดนตรีแจ๊สจากแผงแถวไนท์บาร์ซาร์ มีร้านใหญ่ร้านหนึ่งที่เยื้องๆกับร้านสีสวน ที่มีพื้นที่วางปกเทปกว้างพอๆกับตึกแถวสองคูหา เสียอย่างเดียวที่ไม่ค่อยเปิดไฟและช่วงบ่ายก็ร้อนจนเหงื่อไหลเลย ผมรู้จักEarl Klugh,Kenny G,Bob James,David Sanbornและ Sadao Watanabeจากที่นี้ เป็นโลกที่ชวนให้เราได้ลุ้นว่าเทปม้วนละ25บาทกับปกเทปและชื่อศิลปินคนนี้ จะเป็นดนตรีในแบบที่เราชอบหรือเปล่า หลายครั้งก็เจอแนวที่ไม่ชอบ เทปแบบนี้ซีลพลาสติกแล้วแกะออกมาลองฟังไม่ได้ เกริ่นเสียยาวนานกว่าจะเข้าเรื่อง อัลบั้มแรกที่ผมเห็นเป็นปกขาวๆ มีลุงใส่เสื้อสีเขียวถือแซ็กโซโฟน ตกลงใจซื้อเพราะมีแซ็กโซโฟนที่ปก ไม่รู้จักลุงSadoมาก่อน และเป็นครั้งที่ตัดสินใจไม่พลาด
 
 เพลงในอัลบั้มนี้เพราะทุกเพลง ในสมัยนั้นเพลงWhen we make a homeยังไม่ดัง เพลงที่นำมาแปะไว้เป็นเพลงที่ผมชอบ ฟังแล้วมันหวาน ออกโรแมนติกดี อินโทรด้วยอิเล็คโทนใสๆ แซ็กโซโฟนก็เริ่มไล่โน๊ตอย่างผ่อนลมยาวๆ มันได้อารมณ์ที่ผ่อนคลายมากๆ เครื่องเคาะที่เริ่มเข้ามาล้อกับแซ็กโซโฟนก็ล้อหยอกกันอย่างน่ารัก ถ้าอ่านชื่อเพลง"Love Birds Whisper in my ear"แล้วคงเข้าใจธีมเพลงได้อย่างสบายๆ เพลงนี้ลุงทำเอาหนุ่มวัยรุ่นๆอย่างผมเคลิ้มกับดนตรีแนวโรแมนติก 
 
วันวานที่ผ่านมาแม้จะเดินทางผ่านอะไรมามากมาย สิ่งหนึ่งที่คิดว่าหลงลืมไปก็คือความโรแมนติกของชีวิต ฟังเพลงนี้แล้วความรู้สึกเคลิ้ม ความโรแมนติกที่เคยมีในวันนั้นจากการฟังเพลงนี้ถูกปลุกให้ออกมาโลดแล่นชีวิต ชีวิตที่โลดแล่นไปอย่างรวดเร็ว อย่างเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง อย่างลืมหูลืมตา ทำให้เก็บชิ้นส่วนความสุขเล็กๆออกไปจากชีวิตแล้วซุกซ่อนเก็บลงกล่องในหัวใจ