SpecialSong

Kimi de ite, buji de ite...Be You,Be Safe....Yoko Kanno

posted on 16 Mar 2011 13:10 by songs4u in SpecialSong
 
 
 เหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่ถล่มญี่ปุ่นมานั้นตั้งแต่แผ่นดินไหว,ซึนามิและภัยกัมตภาพรังสี อย่างหลังนี้ไม่เกี่ยวกับธรรมชาติโดยตรง ผมเชื่อว่าพวกเราได้เห็น ได้รู้เรื่องราวผ่านทางจอทีวี,หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ...เมื่อมนุษย์ถูกภัยอันตรายคุกคามชีวิต ประสบความสูญเสียทั้งคนอันเป็นที่รักและข้าวของอันเป็นที่หวงแหน กำลังใจถูกสั่นคลอนอย่างหนัก อะไรที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด ปัจจัยสี่ภายนอกนั้นจำเป็นในเบื้องต้น หากสิ่งสำคัญคือหัวใจที่ยังเปี่ยมด้วยความหวังและพลัง จึงจะประคองหัวใจอันบอบช้ำให้ก้าวเดินต่อไปได้.
 
ในยามที่เราท้อแท้ หมดกำลังใจ การได้รับพลังใจจากใครคนหนึ่งนั้น ช่างเป็นกำลังใจที่มีค่ามากมายเกินกว่าจะบรรยาย เช่นเดียวกับความห่วงอาทรจากคนชนชาติเดียวกัน ที่ย่อมเข้าใจความรู้สึกของคนญี่ปุ่นด้วยกัน .....นักวาดการ์ตูนที่ผมชอบ คือเรื่องSlam Dunk อ. ทาเคฮิโกะ อิโนะอุเอะ ได้วาดภาพชุดการ์ตูนที่แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า....รอยยิ้ม....Smiles... เพื่อให้กำลังใจคนชาติเดียวกัน เช่ยเดียวกับนักร้องนักเปียนโน...Yoko Kanno ที่ได้แต่งเพลงนี้มาปลอบขวัญ....Kimi de ite, buji de ite...Be You,Be Safe ....ผมเชื่อว่าเพลงนี้คงกระจายไปในระดับกว้างอย่างแน่นอน.ตอนแรกกะว่าจะเขียนบทเรียนที่เรื่องราวของภัยครั้งนี้สะท้อนและสั่นไหวอะไรบางอย่างในใจตัวเอง วันนี้เรื่องที่สำคัญกว่าคือการส่งกำลังใจไปให้....Pray For Japan.ขอนำเอาเรื่องราวดีๆที่แปะในFacebookของคุณBo ที่นำเนื้อความจากtweeterมาแปลโดยคุณฉั่ว(Adisak Chua )......
 

Adisak Chua: คิดว่าทุกคนกำลังเครียด เลยอยากแบ่งปันเรื่องดีๆที่เกิดในช่วงแผ่นดินไหว (อ่านเจอลิ้งค์จาก ศูนย์กลางข่าวสารแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น โดย สนญ. และ สนทญ.) เป็นเรื่องราวที่คนต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นประสบ http://prayforjapan.jp/tweet.html

 ขอแปลด้วยความรู้ภาษาญี่ปุ่นที่มี

เรื่องที่หนึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นเด็กน้อยพูดกับพนักงานรถไฟ "ขอบคุณค่ะ/ครับ ที่เมื่อวานพยายามอย่างสุดชิวิตทำให้รถไฟเดินรถได้อีกครั้ง" พนักงานรถไฟร้องไห้ส่วนข้าพเจ้าร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว (คืนวันที่เกิดแผ่นดินไหว รถไฟหยุดวิ่ง กว่าจะวิ่งได้ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว)

เรื่อง ที่สอง ที่ดิสนีย์แลนด์ คนติดกลับบ้านไม่ได้จำนวนมาก และทางร้านขายของก็ได้เอาขนมมาแจกนักท่องเที่ยว ก็ได้มีนร.ม.ปลายหญิงกลุ่มหนึ่งไปเอามาจำนวนมาก มากเกินพอ แว่บแรกที่ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีคือ อะไรของมึงวะ เอาไปซะเยอะ แต่วินาทีต่อมากลายเป็นความรู้สึกตื้นตันใจ เพราะเด็กกลุ่มนั้นเอาขนมไปให้เด็กๆ ซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถไปเอาเองได้เพราะต้องดูแลลูกๆ

เรื่อง ที่สาม ในซุปเปอร์แห่งหนึ่ง ของตกระเกะระกะเพราะแรงแผ่นดินไหว แต่คนซื้อก็เดินไปช่วยกันเก็บของ แล้วก็หยิบส่วนที่ตนอยากซื้อไปต่อคิวจ่ายเงิน ในรถไฟที่เพิ่งเปิดให้ใช้บริการและคนที่ตกค้างจำนวนมากกำลังเดินทางกลับก็ ได้เห็นคนแก่คนหนึ่งลุกให้สตรีมีครรภ์นั่ง คนญี่ปุ่นแม้ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ ก็ยังมีน้ำใจ มีระเบียบ

เรื่อง ที่สี่ ในคืนแรกที่เกิดแผ่นดินไหว รถไฟไม่วิ่ง ทำให้คนจำนวนมากต้องเดินกลับบ้านแทนการนั่งรถไฟ ขณะที่ข้าพเจ้าต้องเดินกลับจากมหาลัยมายังที่พัก ร้านรวงก็ปิดหมดแล้ว ข้าพเจ้าได้ผ่านร้านขนมปังร้านหนึ่งซึ่งปิดไปแล้ว แต่คุณป้าเจ้าของร้านก็ได้เอาขนมปังมาแจกฟรีแก่คนที่กำลังเดินกลับบ้าน แม้ภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ น้ำใจเช่นนี้ทำให้หัวใจข้าพเจ้าอบอุ่น ตื้นตัน

เรื่องที่ห้า ในขณะที่รอรถไฟให้กลับมาวิ่งได้ ข้าพเจ้าก็ได้รออยู่ในอาคารสถานีอย่างเหน็บ หนาว โฮมเลสก็ได้แบ่งปันแผ่นกล่องกระดาษให้ โฮมเลสที่ข้าพเจ้ามองด้วยหางตาทุกวันที่มาใช้สถานี คืนนั้นทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

เรื่องที่หก (เรื่องราวคืนรถไฟไม่วิ่งเยอะหน่อยนะครับ) ด้วยระยะเวลาสี่ชั่วโมงที่ต้องเดินเท้ากลับบ้าน ก็ได้ผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่ง ตาก็ไปสะดุุดกับแผ่นกระดาษที่เขียนว่า "เชิญใช้ห้องน้ำได้ค่ะ" หญิงสาวท่านหนึ่งได้เปิดบ้านตัวเองให้แก่คนที่กำลังเดินกลับบ้านได้ใช้ วินาทีที่ได้เห็นแผ่นกระดาษนั้น น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง น้ำใจคนญี่ปุ่น

เรื่อง ที่เจ็ด แม้ว่าไฟดับ ก็ยังมีคนที่สู้ทำงานให้ไฟกลับมาติด น้ำไม่ไหลก็ยังมีคนไม่ยอมแพ้ทำให้น้ำกลับมาไหล เกิดปัญหากับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก็มีคนที่พร้อมจะเข้าพื้นที่เพื่อซ่อมมัน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้กลับมาสู่สภาพปกติด้วยตัวมันเอง ขณะที่พวกเราอยู่ในบ้านอันอบอุ่นแล้วก็พร่ำบ่นว่าเมื่อไรไฟมันจะติด น้ำจะไหลน้าา ก็มีคนที่อยู่ข้างนอกท่ามกลางความหนาวเหน็บกำลังพยายามสู้อยู่

เรื่อง ที่แปด ในจังหวัดจิบะ คนลุงคนหนึ่งที่หลบภัยอยู่ก็ได้เปรยออกมาว่า ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรน้า เด็กหนุ่มม.ปลายก็ตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง ต่อจากนี้ไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ พวกผมจะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน (ไม่เป็นไร พวกเรายังมีอนาคต!!!)

เรื่องที่เก้า ขณะที่กำลังได้รับความช่วยเหลือ หลังจากที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านมากว่า 42ชั่วโมง คุณลุงก็ได้กล่าวว่า "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรครับ เคยมีประสบการณ์ทซึนามิที่ชิลีมาแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเรามาช่วยฟื้นฟูบ้านเมืองกันนะ" แกกล่าวด้วยรอยยิ้ม (สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือ ต่อจากนี้ไปเราจะทำอะไรต่างหาก)

เรื่องสุดท้าย ก่อนหน้านี้เมืองมันสว่างเกินไป เกินที่จะมองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่จริงๆแล้วดาวสวยเช่นนี้เอง ชาวเซนไดทุกคนลองแหงนมองขึ้นไปข้างบนดูซิ (ตรงนี้ไม่มั่นใจว่าแปลว่า ชาวเซนไดทุกคนมองขึ้นไปบนฟ้า รึเปล่า)

สำหรับเนื้อเพลง....ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ

"Worrying
The world is worrying about you
They're searching for your name

Being together
...The world is together with you
They'll go meet your life

Heart and body
Without breaking, hugging you
Until they meet you, be you
Be okay"